ถ้าตั้งต้นโจทย์สำหรับอุตสาหกรรมการเกษตร ในการที่เราจะใช้ Big Data เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา ก็คงจะเริ่มจากการพื้นฐานสำคัญที่เราทราบกันดีว่า ประชากรของโลกนั้นขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และที่สำคัญอย่างรวดเร็ว นั่นหมายถึงความต้องการทางด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ซึ่งความท้าทายนี้ไม่ได้อยู่เพียงการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ แต่ยังรวมถึงมาตรฐานในการผลิตที่ต้องได้มาตรฐานด้วย ดังนั้นประสิทธิภาพในการผลิตจงเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยการตระหนักในสิ่งเหล่านี้ JOHN DEERE  บริษัทอุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐอมริกา จึงได้เริ่มต้นโครงการดึงเอาข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการพัฒนาภาคการผลิต ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้ประเด็นปัญหาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น แบ่งปันประเด็นต่าง ๆ ร่วมกัน และยังสามารถตรวจดูขั้นตอนการผลิตในแต่ละช่วงเวลาแบบเรียลไทม์ ซึ่ง JOHN DEERE  ได้เก็บข้อมูลอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงปริมาณปุ๋ยที่ใช้ เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับเกษตรกรในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ในธุรกิจของตน 

JOHN DEERE ใช้ Myjohndeere.com เป็นศูนย์รวมข้อมูลออนไลน์ ซึ่งเปิดให้เกษตรกรสามารถเข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ จาก เซ็นเซอร์ที่มากับเครื่องจักรที่เกษตรกรนำไปใช้ในการผลิตของตน ซึ่ง JOHN DEERE  รวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้อื่น ๆ ทั่วโลก นอกจากนั้น JOHN DEERE ยังเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกอื่น ๆ อาทิ ข้อมูลด้านการพยากรณ์อากาศ ข้อมูลด้านการเงิน ด้วยบริการออนไลน์นี้สามารถทำให้เกษตรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของการตัดสินใจ เพื่อเลือกใช้เครื่องมือ เครื่องจักรต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง เพื่อในได้ผลประโยชน์สูงสุด กับการลงทุนที่ลงไป ตัวอย่างเช่น ข้อมูลน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องจักรต่าง ๆ นอกจากเกษตรกรจะสามารถตรวจสอบได้แล้ว ข้อมูลเหล่านั้นนำมารวมกัน เพื่อหาความสัมพันธ์กับ ระดับปริมาณผลผลิตที่เกษตรกรผลิตได้ ด้วยข้อมูลที่รวบรวมมาอย่างหลากหลายการผลิต และปริมาณมหาศาลตามแนวคิด  Big Data  พวกเขาก็จะสามารถพยากรณ์ความเป็นไปได้ที่แม่นยำขึ้น ในการปรับปรุงการใช้พลังงานที่เหมาะสมที่สุดกับการผลิต ซึ่งเป็นการปรับปรุงการทำงานในสอดคล้องในเชิงบริหารต้นทุนให้มีความคุ้มค่าที่สุด นับว่าเป็นการบุกเบิกด้านข้อมูลที่ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นในภาคการเกษตร นอกจากนั้นข้อมูลด้านอะไหล่ และระยะเวลาในแง่ของการหมดอายุการใช้งานของอะไหล่บางชนิด จะถูกนำมาวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับการผลิต ส่งผลให้การสำรองอะไหล่เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัดล่าช้า รวมถึงเพิ่มความเข้าใจระยะเวลา ที่ผลผลิตที่เหมาะสมกับเครื่องจักรแบบต่าง ๆ ซึ่งบางชนิดอาจมีราคาแพงกว่าความจำเป็นในระยะการผลิตนั้น ๆ ซึ่งก็จะส่งผลให้เกษตรกรบริหารต้นทุนได้แม่นยำขึ้นอีกเช่นกัน

ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อย ที่ JOHN DEERE สนับสนุนการนำ Big Data มาใช้กับเกษตรกร ซึ่งผลจากโครงการนี้ ส่งผลมหาศาลให้เกษตรกรสามารถสร้างผลิตผลได้สูงขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาอาหารถูกลง และมีปริมาณเพียงพอกับผู้คนมากที่เพิ่มขึ้น การใช้ปุ๋ย หรือสารเคมี การบริโภคพลังงานเชื้อเพลิง เมื่อมีการจัดการที่เหมาะสม ย่อมหมายถึงความคุ้มค่า และปริมาณการใช้ที่ลดลง ส่งผลในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น จะให้ได้ว่าผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาจากการใส่ใจนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสมจนสามารถสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับผู้คนในระดับโลก 

เราเรียนรู้อะไรจาก  JOHN DEERE หลาย ๆ คน เคยตั้งข้อสงสัยในเทคโนโลยี Big Data ว่า มันจะเกี่ยวข้องกับเราหรือไม่ หรือมันเป็นเพียงสิ่งซึ่งใช้กันเพียงในวงการ บริษัทด้านไอที ด้านซอฟต์แวร์ หรือมีเพียงผู้คน ในวงการออนไลน์เท่านั้นที่วุ่นวายกับมัน แต่ตัวอย่างทั้งหมดที่เล่าไป จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าวงการไหนก็เกี่ยวพันกับ ข้อมูลทั้งนั้น และที่สำคัญข้อมูลต่าง ๆ ในการทำงานของเรานั้นมีค่า ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล ที่เราจะสามารถนำมาใช้พัฒนาการทำงานต่าง ๆ  วงการอุตสาหกรรมที่ต่างกัน ย่อมมีวิธีแปรเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นประโยชน์อันสูงสุดกับตนเอง อาทิ วงการการขนส่งก็ใช้วิเคราะห์หาเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุดในการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า เพื่อพัฒนาด้านต้นทุนของตนเอง วงการอสังหารริมทรัพย์ใช้ข้อมูลมาพยากรณ์การประเมินราคาที่ดิน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในเหมาะสมกับ ปัจจัยหลาย ๆ ด้าน วงการประกันภัยรถยนต์เก็บข้อมูลลูกค้าของตนมาวิเคราะห์หาเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับ ลักษณะพฤติกรรมของผู้ขับขี่ในแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างบริการที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง ทุกคนทำสิ่งเดียวกันกับที่  JOHN DEERE ทำ คือการยอมรับเทคโนโลยี ตั้งคำถาม เรียนรู้ และประยุกต์ใช้ประโยชน์กับธุรกิจของตน 

คำถามต่อมาคือ แล้ว SMEs ทุกท่านพร้อมหรือยัง ที่จะ เรียนรู้ และเริ่มต้นรับเอากระบวนการรูปแบบวิธีการทำงานแบบใหม่ ๆ อย่าง Big Data มาใช้กับธุรกิจของตน แม้เป็นเพียงการเริ่มต้นเก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูล มาใช้เพื่อเป็นแนวทางการจัดการต่าง ๆ ธุรกิจ การเริ่มต้นเพียงเท่านั้นก็นับว่าเป็นย่างก้าวที่สำคัญ ก่อนจะมุ่งหน้าต่อยอดความเข้าใจให้มากขึ้น เพื่อจุดประสงค์ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้วงการ SMEs ของไทยให้พัฒนาก้าวหน้า และสามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับทวีป ไปจนถึงเวทีในระดับโลกต่อไป…

เรียบเรียงจาก
BIG DATA IN PRACTICE
HOW 45 SUCCESSFUL COMPANIES USED BIG DATA ANALYTICS TO DELIVER EXTRAORDINARY RESULTS
By BERNARD MARR